|

สวัสดีครับ....... เดี๋ยวนี้ ไปไหนๆ ก็มีแต่คนพูดถึง ภาวะโลกร้อน กัน ทั้งน้าน....... ก็จริงๆ นี่ครับ เพราะเดี๋ยวนี้ โลกเรา... มันร้อน....ตับจะแตกจริง..... ครับ
เพราะฉะนั้น การร่วมกันช่วยรณรงค์ เรื่องภาวะโลกร้อน ขณะนี้ จึงเป็นเทร็นด์ใหม่ของคนทั่วโลก ที่กำลังพูดกันติดปาก ไม่เว้นแม้แต่ พี่ไทยเรา ก็หันมาสนใจ เอาจริง เอาใจในเรื่องนี้ กันมากจพอสมควร
แต่รู้หรือไม่ครับ...... ว่า..... การบินไทย เขารณรงค์ และดำเนินการในเรื่องนี้มานแล้ว คร้าบ......
วันนี้....จึงอยากนำสาระน่ารู้ เกี่ยวกับเรื่องราวของ Carbon Footprint (คาร์บอนฟุตพริ้นท์) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของ การบินไทย ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนมาเล่าสู่กันฟังครับ......
แต่.....เอ....... แล้วไอ้เจ้า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ( Cabon Footprint ) มันคืออะไรกันละ
เฉลยครับ.... คาร์บอนฟุตพริ้นท์ นั้นเป็นฉลากหรือเครื่องแสดงให้ทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อย ออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่งจนถึงผู้บริโภค การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยแสดงผลต่อหน่วยผลิตภัณฑ์
แล้ว! .... คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ( Cabon Footprint ) มันเกี่ยวข้องกับ การบินไทย และมี
ความสำคัญช่วยโลกร้อนอย่างไรกันละ
อย่าง นี้ ครับ.....
คือ....... การบินไทย มีนโยบายสำคัญ ที่จะช่วยลด การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในการทำธุรกิจการบินอย่างจริงจัง ในทุกกระบวนการที่สามารถทำได้ รวมทั้งสร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมให้ลูกค้าและผู้โดยสารให้ตระหนักถึงภัย และอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน
นโยบายดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการนำฉลาก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ( Cabon Footprint ) มาประทับไว้ บนเมนูอาหารของ การบินไทย วัตถุประสงค์ก็เพื่อ เพื่อต้องการให้ผู้โดยสารได้ทราบว่า อาหารที่เราทานเข้าไปนั้น ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องการให้ผู้โดยสารทุกคนได้มีส่วนร่วม และตระหนักในการใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่าจริงๆ และควรทานอาหารให้หมดอย่าให้เหลือ.......555
แล้ว ! ..... เมนูจาก ครัวการบินไทย ที่มี คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ( Cabon Footprint ) มีอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า...... ครับ !
เมนูที่ว่าก็คือ.... แกงมัสมั่นไก่ และ แกงเขียวหวานไก่ ซึ่งเสิร์ฟพร้อม ข้าวหอมมะลิ และผัดผัก ซึ่งปรุงรสโดย ครัวการบินไทย... ครับ
ทั้งนี้ การบินไทย ได้นำ 2 เมนู นี้ เข้าร่วมในโครงการส่งเสริมการใช้ คาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย และได้รับการรับรองใช้ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. แล้ว จึงได้นำมาเสริฟให้กับผู้โดยสารบนเครื่องบินของ การบินไทย แล้วครับ.......
นอกจากนี้ การบินไทย ยังถูกจัดเป็น สายการบินแรกของโลก ที่ได้รับฉลาก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในเรื่องนี้ด้วยครับ
ทีนี้.... มาดูกันซิว่า เจ้า แกงมัสมั่นไก่ และ แกงเขียวหวานไก่ นี้ จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้มากน้อยเท่าใด
เมนู แกงมัสมั่นไก่ เสริฟพร้อมข้าวหอมมะลิและผัดผัก สำหรับบริการผู้โดยสาร 1 ท่าน ( น้ำหนัก 250 กรัม ) ได้มีการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เท่ากับ 1.36 กิโลกรัมคาร์บอนไดอ๊อกไซต์เทียบเท่า
เมนูแกงเขียวหวานไก่ เสริฟพร้อมข้าวหอมมะลิ และผัดผัก ( น้ำหนัก 250 กรัม ) มี ปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เท่ากับ 1.39 กิโลกรัมคาร์บอนไดอ๊อกไซต์เทียบเท่า
เป็นไงครับ.... ผมลองคำนวณเล่นๆ นะครับ ว่า หากมีถ้าผู้โดยสารบนเครื่อง 747-400 เดินทางแล้วรับประทาน แกงมัสมั่นไก่ กันทุกคน จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลกของเรา ถึง 408 กิโลกรัม
โอ้ โห.... ทำไมมันช่าง...เยอะอย่างนี้....! เห็นไหมครับเพื่อนๆ ยังไงเมื่อรับประทานอาหารก็ควรทานให้หมดนะครับ เพราะจะได้คุ้มค่ากับที่เราได้ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกสู่โลกไงละ......ครับ!
ปัจจุบัน เมนูทั้ง 2 ที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ นี้ การบินไทย ได้นำไปเสิร์ฟให้กับผู้โดยสาร ในเที่ยวบินขาออก จาก กรุงเทพฯ มุ่งสู่ ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ครับ.... และยังได้มีการอธิบาย เรื่อง คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และนโยบายของบริษัทฯ ที่ให้ความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ไว้ในเมนูด้วย ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ผู้โดยสารได้ร่วมกันตระหนักถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมใน เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก และการลดปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วย ครับ.......
"การบินไทย.... จัดเป็นสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ที่เข้าร่วมกับ IATA หาแนวทางชดเชยการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ Carbon Offset ของผู้โดยสาร"
ตลอดระยะเวลาของดำเนินธุรกิจ ทางด้านการบินมาเกือบครบ 50 ปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 นี้ การบินไทย ได้ตระหนักถึง เรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบภาวะโลกร้อนมาโดย ตลอดการบินไทย จัดเป็นสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เข้าร่วมกับ IATA หาแนวทางชดเชยการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ Carbon Offset ของผู้โดยสาร
พร้อมทั้ง ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างจริงจัง ด้วยการจัดทำ โครงการบริหารจัดการด้านน้ำมันเชื้อเพลิงการบิน หรือ Fuel Management มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ซึ่งสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ถึงประมาณปี ละ 6.8 หมื่นตัน รวมทั้งจัดทำโครงการ CSR การปลูกชีวิตให้แผ่นดิน หรือ ปลูกป่าที่ห้วยทราย ซึ่งถ้าเพื่อนๆ สนใจ ก็สามารถเข้าชมได้ตามลิงค์ นี้ http://www.prthaiairways.com/csr/main.php ครับ
ไม่เพียงเท่านั้นครับ... การบินไทย ยังได้กำหนดบทบาทการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศยาน ภายหลังจากการประชุมพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เมื่อปี ค.ศ.1997 ซึ่งองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ยอมรับในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดย การบินไทย ตั้งเป้าไว้าว่า จะควบคุมการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้อยู่ในระดับคงที่ (Carbon Neutral Growth) ในปี ค.ศ. 2020 และจะลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 50% ในปี ค.ศ. 2050 ซึ่ง การบินไทยเอง ก็ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากองค์กรการค้าก๊าซเรือนกระจก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ยังร่วมมือกับภาครัฐในการลงทุนเรื่องระบบ และเครื่องอุปกรณ์อากาศยานให้มีความทันสมัยและการลงทุนในเรื่องวิศวกรรมการ บิน การวิจัยเทคโนโลยีการบิน และในอนาคตจะมีการพัฒนาเรื่องการใช้พลังงานทดแทน (Biofuel) ที่สามารถใช้กับเครื่องบินของการบินไทยได้
และนั่นคือ..... เรื่องราวทั้งหมดของ การบินไทย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
เห็นไหมครับว่า เดี๋ยวนี้ ใครๆ เขาก็ อินเทร็น ในเรื่อง โลกร้อน กันทั้งนั้น............
|